ค่าเงิน-หุ้น สัปดาห์หน้า จับตาการเมือง-ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ-ราคาทอง
ปัจจัยทางการเมือง ทำเงินบาทแข็งค่าตามทองคำ ด้านหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังเกี่ยวกับความชัดเจนในประเด็นการเมืองในประเทศ เช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิรกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยทางการเมืองเกิดขึ้น โดยเงินบาทแข็งค่าตามทองคำ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงจากการคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ ก่อนจะทยอยอ่อนค่าในเวลาต่อมาเนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังแข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และได้รับแรงหนุนทางอ้อมจากทิศทางที่อ่อนค่าของเงินเยนและเงินปอนด์จากปัจจัยเฉพาะของทั้ง 2 สกุลด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ของราคาทองคำในตลาดโลก และแรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติช่วงท้ายสัปดาห์หลังความกังวลต่อประเด็นทางการเมืองคลายตัวลงบางส่วนหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนก.ย. นี้ หลังจากที่ข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด
จับตาการเมือง-ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ-ราคาทอง
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 8-12 ก.ย. 2568 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนส.ค. ของสหรัฐฯ และจีน ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อเงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ด้านความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังเกี่ยวกับความชัดเจนในประเด็นการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นการเมืองในประเทศ (หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงก่อน) โดยประเมินว่าน่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในระยะเวลาไม่นาน
ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปในหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มไฟแนนซ์ ค้าปลีก พลังงาน ตลอดจนปิโตรเคมีที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ระหว่างสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของต่างชาติโดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เรื่องการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในรอบการประชุมเดือนก.ย. นี้ ท่ามกลางสัญญาณที่อ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ การโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในช่วงท้ายสัปดาห์ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
สัปดาห์ที่ 8-12 ก.ย. 2568 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,240 และ 1,225 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ตามลำดับ
โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ และจีน การประชุม ECB ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ของญี่ปุ่น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB